linux training in Thailand
| Home | Articles | Download | Free Linux Tips | Resources | Training | Web Link | Linux Training English|
| Courses | Schedule | Price & Promotion | Map | Customer Ref. | Instructors | Certification | FAQ | Registration Form |
สถาบันฯ ขอแจ้งปิดทำการระหว่างวันที่ 27 -31 กรกฏาคม 2558 และเปิดทำการปกติวันที่ 3 สิงหาคม 2558
We are on vacations 5 days in July 27-31, 2015 Please contract Line ID : nok_fly or e-mail : info@itdestination.com
ITDestination จะปิดปรับปรุงเว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 7 - 9 มิถุนายน 2556
อาจจะทำให้ใช้งานไม่ได้ในบริการ Webboard Freetips และ E-Learning จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้
สถาบันฯ ขอแจ้งปิดทำการวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2560 และจะเปิดทำการปกติในวันที่ 1 มีนาคม 2560
กรณีติดต่อส่งข้อความมาที่ Facebook: LinuxITDestination หรือ e-mail: info@itdestination.com ซึ่งจะติดต่อกลับประมาณ 17.00 น.
ผู้ลงทะเบียนอบรมสามารถทำข้อสอบ online ในช่วงที่มาอบรมเพื่อทบทวนความรู้ ทำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มีข้อเฉลยที่ถูกต้องแนะนำ
สอบถามรายละเอียดโทร 089 890-5494 >>> อ่านรายละเอียด... คลิ๊ก

เมื่อลีนุกซ์โต้คลื่นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง

โดย ธีรภัทร มนตรีศาสตร์,RHCE,LPIC-2

สืบเนื่องจากอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงหรือ Broadband Internet ในปัจจุบันได้ขยายพื้นที่บริการออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งผู้ใช้งานตามบ้าน ธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME ต่างได้รับประโยชน์จากความเร็วที่เพิ่มขึ้นในช่องทางการสื่อสารที่ช่วยประหยัดต้นทุนไปได้มากกว่าในอดีต ที่อาจเป็นเหมือนความฝันว่าจะมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงๆ อย่างเช่นบริษัทใหญ่ๆ กับเค้าบ้าง จนมีท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านสอบถามกันเข้ามาถึงวิธีการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายประเภทนี้เข้ากับลีนุกซ์จึงเป็นที่มาของคอลัมน์โอเพ่นซอร์สวันนี้ซึ่งผู้เขียนจะพยายามถ่ายทอดให้เห็นภาพอย่างง่ายๆ ที่จะเริ่มโต้คลื่นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงโดยใช้เจ้าลีนุกซ์และซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สกัน การเลือกอุปกรณ์และวิธีการเชื่อมต่อ
เริ่มต้นเมื่อเราสอบถามข้อมูลไปยังผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั้งหลายให้แน่ใจเสียก่อนว่ามีสัญญาณ ADSL ที่จะให้บริการแก่เราได้ในสถานที่ทำงานหรือบ้านของเราเป็นที่แน่นอน หรือตรวจสอบพื้นที่ให้บริการนั่นเอง บรรดาผู้ให้บริการเหล่านี้มักจะมีการจัดรายการประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยง่ายอยู่แล้ว หรืออาจจะตรวจสอบจากเว็บไซต์ http://www.adslthailand.com ซึ่งรวบรวมรายการโปรโมชั่นเกี่ยวกับ ADSL ทุกค่ายไว้ให้เปรียบเทียบดูก่อนก็ได้ ในรายการโปรโมชั่นมักจะมีของแถมเป็นโมเด็มสำหรับเชื่อมต่อสัญญาณ ADSL ไว้ให้ด้วย ยกเว้นบางรายการเท่านั้นที่ผู้ใช้บริการต้องจัดหาเอง ซึ่งในกรณีของท่านที่ต้องการใช้งานร่วมกับลีนุกซ์น่าจะเลือกอุปกรณ์โมเด็มเหล่านี้เองจะเหมาะกว่าเพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เจ้าเพนกวิ้นของเรามักจะมีปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อยู่เสมอ สำหรับอุปกรณ์เชื่อมต่อหรือโมเด็มชนิดที่ใช้งานกับ ADSL นี้แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ โมเด็มธรรมดาที่เชื่อมต่อเข้ากับเครื่องพีซีโดยตรง ( มักจะเป็นอินเทอร์เฟสแบบ USB ) กับโมเด็มที่เป็นอุปกรณ์เครือข่ายโดยรวมอยู่กับเร้าเตอร์และสวิทช์แบบอีเธอเน็ต ซึ่งการเชื่อมต่อกับเครื่องพีซีจะต้องผ่านทางสายแลนแบบ UTP โมเด็ม ADSL
อุปกรณ์โมเด็มในแบบแรกมักจะต้องการโปรแกรมไดร้วเวอร์ในการใช้งาน ซึ่งเมื่อนำมาใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ของเราจึงทำให้มีขั้นตอนการติดตั้งโมดูลไดร้วเวอร์ที่ยุ่งยากซับซ้อนเอาเรื่องทีเดียว จนผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบางรายให้ข้อมูลว่าไม่สนับสนุนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เพื่อเป็นการตัดปัญหาการสนับสนุนทางเทคนิคซะเลย ซึ่งความยุ่งยากที่ว่านี้มีตั้งแต่ระดับที่ต้องคอมไพล์โมดูลทั่วไป หรืออาจจะต้องคอมไพล์เคอร์เนลกันใหม่ ไปจนถึงยังไม่มีโมดูลไดร้วเวอร์สนับสนุน ( ใช้งานไม่ได้กับลีนุกซ์!! ) ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงได้ผู้เขียนขอแนะนำให้เก็บโมเด็ม ADSL ประเภทนี้ไว้ใช้งานกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เสียดีกว่า แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้งานกับลีนุกซ์จริงๆ ขอให้อ่านบทความชุด "ฮาร์ดแวร์ที่ลีนุกซ์เก็บไว้ในอ้อมกอด" ในไมโครคอมพิวเตอร์ ฉบับนี้ โดยผู้เขียนหยิบยกเอาโมเด็ม Zyxel ADSL USB Modem มาสาธิตความยุ่งยากให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วครับ ใช้ ADSL Router Modem คุ้มค่ากว่า หันมาดูเจ้าเร้าเตอร์อเนกประสงค์ที่ประกอบไปด้วยความสามารถหลากหลายในเครื่องเดียวดังตัวอย่างที่ผู้เขียนเลือกมาในบทความนี้ คือ 3Com OfficeConnect รุ่น 3CRWE754G72-A เป็นได้ทั้งโมเด็ม ADSL ,สวิทช์ 10/100 Mbps จำนวน 4 พอร์ต ,Wireless LAN Access Point มาตรฐาน IEEE802.11g ,เร้าเตอร์เพื่อการแชร์อินเตอร์เน็ตและเป็นไฟร์วอลล์ในตัว พร้อมคุณสมบัติอื่นๆ ที่สนับสนุนการใช้งานอีก เช่น DHCP Server ,SNMP เป็นต้น จะเห็นได้ว่ามีลูกเล่นเพียบในราคาที่คุ้มค่า แต่ก็คงไม่สำคัญไปกว่าการที่จะช่วยให้เราเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องพีซีที่รันระบบปฏิบัติบัติการลีนุกซ์ได้โดยไม่ต้องลำบากเรื่องโมดูลไดร้วเวอร์นั่นเอง เพราะเป็นการเชื่อมต่อผ่านพอร์ตอีเธอเน็ตเช่นเดียวกับการเชื่อมต่อสวิทช์ในระบบแลนทั่วไป วางแผนกันก่อน เมื่อเราได้ข้อสรุปแล้วว่าจะใช้งานลีนุกซ์ร่วมกับ ADSL Router Modem สิ่งที่จะต้องตระเตรียมกันเป็นอันดับแรกคงจะต้องมาวางแผนกันก่อน โดยเฉพาะเรื่องของระบบเครือข่ายที่จะจัดสร้างขึ้นว่ามีอุปกรณ์อะไรเชื่อมต่อกันอย่างไรบ้าง โดยอาจจะพิจารณาจากช่องทางสื่อสารจากภายนอกไล่เข้ามาจนถึงตัวผู้ใช้งานภายในซึ่งอาจจะมีจำนวนมากกว่า 1 ตำแหน่ง สำหรับระบบขนาดเล็กๆ ที่มีเครื่องลูกข่ายจำนวนไม่มากนักอาจจะเชื่อมต่อเข้ากับตัว ADSL Router ได้โดยตรง โดยใช้วงจรสวิทช์ที่มีอยู่ในตัวประมาณ 4 พอร์ตได้ทันที ดังรูปที่ 2

รูปที่ 2 ผังการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายโดยไม่ใช้เซิร์ฟเวอร์

แต่ถ้าระบบของเรามีจำนวนเครื่องลูกข่ายที่ต้องการเข้าสู่อินเตอร์เน็ตพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมาก ความจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบแคชมาช่วยก็ยิ่งเพิ่มขึ้น รูปแบบการเชื่อมต่อจึงเปลี่ยนไปโดยเพิ่มเครื่องลีนุกซ์ขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นอินเตอร์เน็ตเกตเวย์ และพร๊อกซี่แคชขึ้นตรงกลางระหว่างระบบเครือข่ายภายในกับภายนอก ดังรูปที่ 3 ถึงแม้จะต้องลงทุนเพิ่มขึ้นและมีความยุ่งยาก แต่ก็คุ้มค่ากับประโยชน์ที่จะได้รับเพิ่มขึ้นเช่นกัน ได้แก่ การกำหนดให้มีการป้องกันการเข้าสู่เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม การจำกัดแบนด์วิธของการดาวน์โหลด การทำ Transparent Proxy เพื่อช่วยให้การคอนฟิกสะดวกยิ่งขึ้น การจัดสร้างระบบวิเคราะห์และรายงานการใช้งานอินเตอร์เน็ต และการประยุกต์อื่นๆ อีกมากมายนอกเหนือจากประสิทธิภาพการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ ที่รวดเร็วกว่าการไม่ใช้บริการจากพร๊อกซี่ จากรูปที่ 3 จะเห็นว่าลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์ของเราจะต้องติดตั้งแลนการ์ดถึงสองใบ โดยอาจกำหนดให้ eth0 เป็นขาที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายใน ซึ่งจะต่อเข้ากับสายเคเบิ้ลที่จะเข้าสู่สวิทช์/ฮับภายในระบบแลน และให้ eth1 เป็นอีกขาหนึ่งเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับเจ้า ADSL Router Modem โดยใช้สายแลนที่ผู้ผลิตเร้าเตอร์ให้มาด้วย 1 เส้น เชื่อมต่อเข้ากันได้โดยตรงโดยจะเสียบที่พอร์ตใดก็ได้จากจำนวนทั้งหมด 4 พอร์ต ส่วนที่เหลืออีก 3 พอร์ตอาจจะสำรองไว้ใช้งานกับเครือข่ายหรือเครื่องพีซีอื่นๆ ที่ไม่ต้องการใช้งานผ่านลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์ก็ย่อมได้ ตามรูปคือเครื่อง PC Client ( Direct ) อีกหนึ่งสายสัญญาณที่เหลือคือ สายโทรศัพท์เลขหมายที่ทางผู้ให้บริการจัดส่งสัญญาณ ADSL มาให้นั่นเอง จะต้องเสียบหัวปลั๊กแบบ RJ-11 ( หัวต่อโทรศัพท์ธรรมดา ) เข้าด้านหลังตัว ADSL Router Modem ของเรา

รูปที่ 3 ผังการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายโดยใช้ลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์

คอนฟิก ADSL Router เมื่อเริ่มต้นเสียบปลั๊กไฟฟ้าให้พลังงานกับตัว ADSL Router นี้ ส่วนที่เป็นสวิทช์จะทำงานและทำให้เราสามารถใช้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์จากเครื่องพีซีที่เชื่อมต่ออยู่เรียกเข้ามายังตัวเร้าเตอร์โดยอ้างถึงหมายเลขไอพีที่ทางผู้ผลิตแจ้งไว้ในเอกสารคู่มือ ซึ่งเจ้า 3Com ตัวนี้กำหนดให้เป็นหมายเลข 192.168.1.1 จะปรากฏหน้าจอสำหรับล๊อกอินเข้าแก้ไขคอนฟิก เมื่อล๊อกอินด้วยรหัสผ่านที่ผู้ผลิตแจ้งไว้ในคู่มือ ( admin ) ก็จะสามารถเข้าไปแก้ไขคอนฟิกต่างๆ ได้เช่น เปลี่ยนแปลงหมายเลขไอพี ดังนั้นในขั้นตอนแรกนี้เราจะต้องตั้งหมายเลขไอพีของเครื่องพีซีที่จะเข้ามาคอนฟิกให้เป็นหมายเลขใดๆ ก็ได้ในเครือข่าย 192.168.1.0/255.255.255.0


รูปที่ 4 คอนฟิกหมายเลขไอพีและบริการ DHCP

หลังจากปรับตั้งค่าเกี่ยวกับหมายเลขไอพีของตัวเร้าเตอร์แล้ว จะต้องตั้งค่าต่างๆ เกี่ยวกับระบบอินเตอร์เน็ต ได้แก่ การกำหนดค่าเกี่ยวกับการเชื่อมต่อแบบ ADSL ซึ่งมีค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ในเอกสารคู่มือตามที่เราได้สมัครสมาชิกขอใช้บริการไว้ เช่น วิธีการเชื่อมต่อแบบ PPPoE หรือ PPPoA ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ชนิดของการเข้ารหัส และพารามิเตอร์ VPI / VCI ดังรูปที่ 5 และ 6


รูปที่ 5 เลือกวิธีการเชื่อมต่อตามที่ผู้ให้บริการกำหนด

หมายเลขไอพีด้านขานอกของตัวเร้าเตอร์จะมีค่าเป็นแบบไดนามิกโดยได้รับการกำหนดมาจากผู้ให้บริการ แต่ถ้าเป็นการขอใช้บริการแบบ Commercial หรือลูกค้าองค์กรอาจจะได้หมายเลขไอพีแบบคงที่ก็ได้ ซึ่งจะต้องกำหนดค่าลงในช่อง IP Address และ Subnet Mask นอกจากนี้เร้าเตอร์ทุกๆตัว ยังมีคุณสมบัติ Dial on Demand หรือการเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติเมื่อมีความต้องการเข้าสู่อินเตอร์เน็ต ซึ่งคุณจะต้องเลือกว่าต้องการให้มีการเชื่อมต่อเองเช่นนี้หรือไม่ หากเป็นการเหมาจ่ายรายเดือนแบบไม่จำกัดจำนวนชั่วโมงใช้งานก็สามารถเปิดใช้งานลักษณะนี้ได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นการขอใช้บริการแบบที่คิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนชั่วโมงการใช้งาน คงไม่เหมาะแน่ๆ เพราะจะไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการใช้งานได้ ส่วนหัวข้อ Idle Time จะใช้กำหนดระยะเวลาวางสายเมื่อไม่มีการใช้งานใดๆ


รูปที่ 6 กำหนดค่าเกี่ยวกับชื่อ,รหัสผ่าน และพารามิเตอร์ของผู้ให้บริการ

กำหนดค่า DNS หรือ Domain Name Service เพื่อให้เป็นไปโดยถูกต้องจึงควรรับค่านี้จากผู้ให้บริการแบบ Automatic ซึ่งผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตจะกำหนดค่านี้ส่งมาให้โดยอัตโนมัติ แต่ถึงอย่างไรตัวลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์ของเราก็มีทางเลือกอื่นๆ อีกที่จะกำหนดให้ตัวบริการ BIND ( หรือ named ) ภายในตัวเซิร์ฟเวอร์ของเราเองให้ทำหน้าที่เป็น DNS Server เองก็ย่อมได้ หรืออาจจะใช้วิธี forward การทำ DNS Query ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของไอเอสพีรายอื่นที่เปิดให้บริการอยู่ก็ได้เช่นกัน


รูปที่ 7 กำหนดค่า DNS Server

ใน ADSL Router แทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อจะมีคุณสมบัติด้านไฟร์วอลล์เพื่อรักษาความปลอดภัยอยู่ด้วย ซึ่งสมควรเปิดใช้บริการอย่างยิ่ง ทั้งนี้จะเป็นการป้องกันขั้นพื้นฐานที่ลดปัญหาลงได้มาก เช่น Smurf Attract เป็นต้น ซึ่งหากเกิดการโจมตีขึ้นเราสามารถตรวจสอบได้โดยผ่านทางเมนู Status and Logs จะเก็บบันทึกไว้ให้เราทราบ


รูปที่ 8 กำหนดค่าเกี่ยวกับ Firewall

ส่วนอื่นๆ เช่น คุณสมบัติเกี่ยวกับ Wireless LAN หรือ SNMP ( Simple Network Management Protocol ) ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวถึง เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยมาก อย่างไรก็ตามคุณสมบัติด้าน SNMP ผู้ใช้งานในระดับสำนักงานอาจจะได้นำมาใช้งานเพื่อมอนิเตอร์การใช้งานเครือข่าย โดยนำค่าปริมาณการใช้งานมาวิเคราะห์และแสดงผลด้วยกราฟได้ด้วยโปรแกรม MRTG


รูปที่ 9 ส่วนกำหนดค่าเกี่ยวกับ SNMP

ทดสอบการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต
เมื่อกำหนดค่าการทำงานให้แก่เร้าเตอร์เรียบร้อยแล้ว ก็เท่ากับมีประตูหรือ Gateway เพื่อออกสู่อินเตอร์เน็ตแล้ว โดยเครื่องพีซีที่อยู่ในระบบแลนหลังตัวเร้าเตอร์ ( รวมทั้งลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์ ) จะสามารถออกสู่อินเตอร์เน็ตได้จะต้องกำหนด ค่า 2 อย่างด้วยกันคือ Gateway โดยใช้หมายเลขไอพีภายในของตัวเร้าเตอร์ ( ตามตัวอย่างในรูปที่ 4 คือ 192.168.100.252 ) และค่า DNS Server ซึ่งอาจจะใช้หมายเลขไอพีของตัวเร้าเตอร์นี้ก็ได้ ในส่วนของลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์จึงต้องกำหนดค่าต่างๆ เหล่านี้โดยกรณีที่ใช้ลีนุกซ์ในกลุ่มเดียวกับ RedHat จะใช้คำสั่ง netconfig เพื่อกำหนดค่าหมายเลขไอพี ,Subnet mask ,Default Gateway และ DNS Server จากนั้นสั่งให้ระบบรับรู้การเปลี่ยนแปลงด้วยคำสั่ง service network restart แล้วทดลองเข้าสู่เว็บไซต์ต่างๆ ได้ทันที สังเกตการทำงานของเร้าเตอร์ว่ามีสัญญาณ ADSL มาพร้อมแล้วหรือไม่ และเชื่อมต่อสำเร็จหรือไม่จากไฟสัญญาณที่หน้าเครื่อง ซึ่งครั้งแรกที่ผู้เขียนใช้งานปรากฏว่ามีการเชื่อมต่อเพียงสักครู่เดียวก็ตัดการติดต่อไปเอง ต้องเสียเวลาแก้ไขร่วมกับทางผู้ให้บริการอยู่เป็นเวลานานก็ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ จนในที่สุดอาศัยตรวจดูข้อความที่ปรากฏใน Logs ของตัวเร้าเตอร์จึงทำให้ทราบว่าเป็นความผิดปรกติที่เกิดขึ้นจากระบบของผู้ให้บริการเองจึงแก้ไขได้ในที่สุด สรุปแล้วในขั้นตอนนี้เป็นการยืนยันให้แน่ใจเสียก่อนว่า เร้าเตอร์ของเราสามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้โดยไม่มีปัญหา หากตัวลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์เองยังไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้แล้วจะไปแชร์ให้เครื่องอื่นๆ ออกสู่อินเตอร์เน็ตได้อย่างไรจริงมั๊ยครับ แชร์เน็ตด้วยลีนุกซ์
เมื่อเจ้าลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์ของเราออกไปโต้คลื่นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะแบ่งปันให้บรรดาเครื่องพีซีลูกข่ายภายในระบบเครือข่ายแลนได้ออกไปโลดแล่นกันบ้าง ตามที่ตกลงกันไว้ในตอนต้นว่าเราจะใช้ลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์นี้เป็นทั้งอินเตอร์เน็ตเกตเวย์และพร๊อกซี่เซิรฟ์เวอร์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็น DNS Server ได้อีกด้วย ในกรณีที่จะทำให้ลีนุกซ์เป็นอินเตอร์เน็ตเกตเวย์ เราจะใช้โปรแกรม iptables ในส่วนของ NAT Table มาช่วยได้ คำสั่ง 2 บรรทัดนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการแชร์อินเตอร์เน็ตตามสภาพแวดล้อมที่เราออกแบบไว้ # echo 1 > /proc/sys/net/ipv4/ip_forward
# iptables -t nat -A POSTROUTING -o eth1 -j MASQUERADE

คำสั่งทั้งสองบรรทัดนี้สามารถพิมพ์ใส่ไว้ในไฟล์ /etc/rc.d/rc.local ก็ได้เพื่อให้รันทั้งสองคำสั่งนี้ทุกครั้งที่เปิดเครื่องลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์นี้ขึ้นก็จะได้ทำหน้าที่เป็นอินเตอร์เน็ตเกตเวย์ทุกครั้งไป นอกจากวิธีนี้แล้วคุณอาจจะเลือกใช้สคริปต์สำเร็จรูปที่ได้เพิ่มเติมความเป็นไฟร์วอลล์ไว้มาทำงานแทนได้เช่นโปรแกรม Arno's Firewall Script ที่ผู้เขียนเคยแนะนำให้รู้จักไปในคอลัมน์โอเพ่นซอร์สฉบับก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนการเปิดบริการพร๊อกซี่เซิรฟ์เวอร์นั้น มีทางเลือกให้ใช้งานได้หลายทางเลย โดยกรณีของ Fedora Core ทุกรุ่นจะมีโปรแกรมโอเพ่นซอร์สที่ชื่อ Privoxy ที่มีคุณสมบัติป้องกันจาวาสคริปต์และหน้าต่าง Pop-up ต่างๆ ไว้แล้ว เพียงถ้าคุณติดตั้ง Privoxy ไว้ ก็สามารถเปิดการทำงานได้ง่ายๆ เพียง 3 คำสั่งเท่านั้น คือ # vi +660 /etc/privoxy/config
เพิ่มข้อความ 1 บรรทัด
listen-address 0.0.0.0:8118
บันทึกไฟล์ไว้
# service privoxy restart
# chkconfig --level 35 privoxy on

จากนั้นอย่าลืมกำหนดค่าในโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ของเครื่องลูกข่ายทั้งหลายให้ใช้ HTTP Proxy Server เป็นหมายเลขไอพีของลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์ด้วย แล้วลองเปิดเว็บต่างๆ ดูจะสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวได้จากคำสั่ง # tail -f /var/log/privoxy/logfile
ถ้าคุณสังเกตเห็นว่ามีข้อความเคลื่อนไหวตามการเรียกเว็บไซต์ต่างๆ จากเครื่องลูกข่ายก็แสดงว่า Privoxy ได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว แต่ช้าก่อน…บางครั้งคุณสมบัติด้านการกลั่นกรองเนื้อหาของเจ้า Provoxy ก็สร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้แบบโฮมยูสได้เหมือนกันเพราะจะเปิดดูเว็บอะไรสนุกๆ ก็จะถูกระงับไปซะหมด ก็สามารถปิดการทำงาน ( Disable ) ได้ง่ายๆ โดยพิมพ์ลงไปที่ช่อง URL ว่า p.p จะเป็นการเรียกหน้าควบคุมของ Privoxy ขึ้นมาเพื่อสลับการทำงานได้ระหว่างการเปิดและการปิดคุณสมบัติตัวกรองของมันได้ตามใจชอบ


รูปที่ 10 สั่งเปิดปิดการทำงานของ Proxy ได้แบบรีโมต

ติดมิเตอร์วัดความเร็ว
สำหรับผู้ที่ต้องการตัวแสดงความเร็วของการดาวน์โหลดหรืออัพโหลดก็ตาม ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สประเภทนี้มีอยู่มากมายให้เลือกเล่นได้ไม่รู้จบเลยเชียว แต่ที่ผู้เขียนชอบคือ โปรแกรม netmon applet ซึ่งจะใช้งานบนเดสทอปของ GNOME สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งได้จาก http://www.demonseed.net/~jp/code/netmon_applet/


รูปที่ 11 netmon_applet 0.4 มิเตอร์วัดความเร็วเน็ต

เล่นสื่อสตรีมมิ่งต้องใช้ Real Player
ทันทีที่ผู้เขียนใช้เจ้าลีนุกซ์เข้าใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้แล้ว สื่อแบบสตรีมมิ่ง ( Streaming Media ) เป็นสิ่งแรกที่น่าสนใจและนึกถึงก่อนคอนเทนต์ชนิดอื่นๆ แต่น่าเสียดายที่คอนเทนต์ประเภทนี้ยังไม่เป็นระบบเปิดเท่าที่ควร จึงทำให้ใช้ลีนุกซ์เปิดชมสื่อมัลติมีเดียได้ไม่ครบทุกชนิด ยังดีที่มีปลั๊กอินค่าย Real ที่เปิดกว้างสำหรับลีนุกซ์ หากคุณติดตั้งใช้งานเว็บบราวเซอร์โอเพ่นซอร์สอย่าง Firefox แล้วล่ะก็จะสามารถตรวจสอบปลั๊กอินได้ที่ http://addons.update.mozilla.org/plugins เพิ่มความเร็วแล้ว..อย่าลืมเพิ่มคุณค่าการใช้งาน
ในขณะที่เราได้สนุกสนานกับความรวดเร็วจากระบบการสื่อสารที่พัฒนาขึ้นนี้ อย่าลืมว่าเราต้องแลกกับค่าเช่าช่องทางสื่อสารที่เป็นเงินเราท่านทั้งหลายนี่เอง ดังนั้นเราควรช่วยกันรณรงค์ให้ผู้ใช้ในหน่วยงาน สถานศึกษา หรือแม้แต่ในบ้านของเราตระหนักถึง "คุณค่า" ที่จะได้จากอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่เฉพาะด้านความบันเทิงเท่านั้น หากแต่ยังมีคอนเทนต์ที่มีประโยชน์อีกมากให้ได้ศึกษาค้นคว้าเพื่อเสริมความรู้อีกทั่วโลก เช่น คุณสามารถฟังคำบรรยายที่ถ่ายทอดจากในชั้นเรียนจริงๆ จากต่างประเทศได้ฟรี ชมสารคดี หรือค้นข้อมูลจากตำรานับแสนเล่มได้จากจอคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ลองถามตัวคุณดูนะครับว่าเราได้ใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงนี้คุ้มค่าแล้วหรือยัง

หากท่านมีข้อสงสัย ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ขอเชิญที่เว็บบอร์ดของผู้เขียน http://www.itdestination.com ฉบับนี้สวัสดีครับ