linux training in Thailand
| Home | Articles | Download | Free Linux Tips | Resources | Training | Web Link | Linux Training English|
| Courses | Schedule | Price & Promotion | Map | Customer Ref. | Instructors | Certification | FAQ | Registration Form |
สถาบันฯ ขอแจ้งปิดทำการระหว่างวันที่ 27 -31 กรกฏาคม 2558 และเปิดทำการปกติวันที่ 3 สิงหาคม 2558
We are on vacations 5 days in July 27-31, 2015 Please contract Line ID : nok_fly or e-mail : info@itdestination.com
ITDestination จะปิดปรับปรุงเว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 7 - 9 มิถุนายน 2556
อาจจะทำให้ใช้งานไม่ได้ในบริการ Webboard Freetips และ E-Learning จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้
สถาบันฯ ขอแจ้งปิดทำการวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2560 และจะเปิดทำการปกติในวันที่ 1 มีนาคม 2560
กรณีติดต่อส่งข้อความมาที่ Facebook: LinuxITDestination หรือ e-mail: info@itdestination.com ซึ่งจะติดต่อกลับประมาณ 17.00 น.
ผู้ลงทะเบียนอบรมสามารถทำข้อสอบ online ในช่วงที่มาอบรมเพื่อทบทวนความรู้ ทำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มีข้อเฉลยที่ถูกต้องแนะนำ
สอบถามรายละเอียดโทร 089 890-5494 >>> อ่านรายละเอียด... คลิ๊ก

มิตรภาพและการเกื้อหนุนกันของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส

ธีรภัทร มนตรีศาสตร์, RHCE

" ในโลกใบเล็ก ๆ ใบนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่กำเนิดขึ้นและดำรงอยู่ได้ด้วยการพึงพาซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก่อให้เกิดเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ขึ้นมากมาย ทั้งในธรรมชาติ สังคม ไม่เว้นแม้แต่ในโลกของเทคโนโลยีสารสนเทศ " ท่ามกลางความหลากหลายของซอฟต์แวร์ระบบและแอปพลิเคชั่นที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน การที่เราจะเป็นผู้ใช้ที่มีคุณภาพได้นั้น จะต้องสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งทั้งหลายที่มีความเกี่ยวข้องซึ่งกันและกันให้ชัดเจน ก่อนที่จะทำการศึกษาและนำเอาซอฟต์แวร์เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในองค์กรของเราอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป อินเตอร์เน็ต อภิมหาเครือข่ายระดับโลกได้เชื่อมโยงให้ผู้คนได้มีโอกาสพบปะกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ถึงแม้จะเป็นเพียงการสื่อสารกันด้วยตัวเลข 0 กับ 1 ก็ตาม แต่ก็สามารถทำให้เหล่าโปรแกรมเมอร์ผู้มีแนวคิดเดียวกันได้มาร่วมกันทำงาน สร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน ภายใต้แนวทางของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส เป็นผลทำให้เกิดซอฟต์แวร์ขึ้นมากมายซึ่งเราทุกคนมีเสรีภาพที่จะใช้งานได้ พัฒนาต่อได้โดยอิสระ หากคุณลองสังเกตความเคลื่อนไหวของรายชื่อซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่ทยอยเข้ารายงานความก้าวหน้าของโครงการที่หน้าแรกของเว็บไซต์ http://www.freshmeat.net แล้วล่ะก็ จะเห็นได้ว่ามีซอฟต์แวร์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เข้ามา สร้างความความเปลี่ยนแปลงอยู่เกือบตลอดเวลา แน่นอนครับเพราะในขณะที่เรากำลังหลับอยู่ในอีกซีกโลกหนึ่งพวกเขาจะตื่นขึ้นมาพัฒนาโปรแกรมกันอย่างเต็มกำลัง พอเราตื่นขึ้นมาก็ดาวน์โหลดมาใช้งาน หรือช่วยพัฒนาต่อก็ได้ แสดงให้เห็นถึงพลังของนักพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่ขมักเขม้นทำงานกันไม่รู้จักหยุด ในขณะที่โลกของนักพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังหมุนไป ความทุ่มเทของพวกเขาเหล่านั้นได้สร้างผลิตผลที่พวกเขาพึงพอใจ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในขณะเดียวกันความเกื้อหนุนกันและกันของซอฟต์แวร์ซึ่งเป็นผลผลิตของพวกเขาก็ได้เกิดขึ้นเช่นกัน และพร้อมที่จะส่งเสริมคุณค่าซึ่งกันและกันต่อไปได้อีกด้วย ผลลัพธ์ที่ได้จึงทำให้เกิดโซลูชั่นใหม่ ๆ จากการทำงานร่วมกันของซอฟต์แวร์ในกลุ่มโอเพ่นซอร์ส หัวใจสำคัญอยู่ที่คำว่า "มาตรฐาน" ความต้องการที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้นี้ จะต้องวางรากฐานอยู่บนข้อตกลงที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับกันโดยสากล หรือ การอ้างอิงมาตรฐานข้อกำหนดต่าง ๆ นั่นเอง ดังเช่นในวงการต่าง ๆ ก็มักจะกำหนดมาตรฐานของตนเองไว้ เช่น มาตรฐาน IEEE ,ANSI ,ISO ,JIS เป็นต้น ในทางคอมพิวเตอร์แล้วเรามักจะได้ยินคำว่า ระบบเปิด หรือ Open System ซึ่งหมายถึง ซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นจะสามารถรันได้ในสภาพแวดล้อมของระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับระบบใดระบบหนึ่งมากเกินไปนัก ผู้ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบด้านการบริหารงานระบบไอที หรือ IT Management จึงควรให้ความสำคัญในเรื่องมาตรฐานของระบบเป็นประการสำคัญ ทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ระบบเครือข่าย รวมทั้งสิ่งที่อ่อนตัว เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างเช่นซอฟต์แวร์ด้วยเช่นกัน มิฉะนั้นแล้วระบบของท่านก็จะอยู่สภาพเหมือนถูกสาปให้เป็นก้อนหิน ยากที่จะปรับเปลี่ยนได้ หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะถูกสถานการณ์บังคับให้ "อัพเกรด" ในขณะที่อาจจะยังไม่พร้อม ทำให้ระบบที่กำลังพัฒนาอยู่กลายเป็นระบบที่มีอายุสั้นเกินไปไม่คุ้มกับการลงทุน ด้วยเหตุนี้เองซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สจึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีความตื่นตัวที่จะนำเอาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาปรับใช้ในองค์กรมาขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศดังจะเห็นได้จากหลายประเทศได้กำหนดนโยบายการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สขึ้นในประเทศของตน มีการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบโครงการด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สขึ้น ดังเช่น ประเทศไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ดังข่าวที่ปรากฏเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งนี้เนื่องจากซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส จะมีการพัฒนาโดยคำนึงถึง "มาตรฐาน" เป็นหลัก เพราะโดยธรรมชาติของการพัฒนาตัวซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สจะไม่มีใครถือสิทธิ์เป็นผู้กำหนดมาตรฐานขึ้นเอง การออกแบบพัฒนาโปรแกรมจะเกิดขึ้นเพื่อสนองความต้องการที่หลากหลาย และมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้ในระบบที่เปิดกว้าง ในทางกลับกันหากซอฟต์แวร์ใดที่ไม่สนับสนุนมาตรฐานสากลก็จะไม่ได้รับความนิยม และค่อย ๆ สูญหายไปเองในที่สุด คุณค่าของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ด้วยการพัฒนาซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึง "มาตรฐาน" เป็นปัจจัยหลัก จึงเปิดโอกาสให้ตัวซอฟต์แวร์ทั้งหมายทั้งที่มีอยู่ก่อนแล้ว และที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นใหม่ สามารถทำงานร่วมกันได้ มีความสอดคล้องกันอย่างลงตัว เปรียบเสมือนการเกื้อกูลกันของสรรพสิ่งในธรรมชาติ ย่อมส่งผลให้เกิด "คุณค่า" ของตัวซอฟต์แวร์เหล่านี้มากมาย อาทิเช่น
  • อายุของซอฟต์แวร์ที่ยาวนานขึ้น ( Vary Long Life Cycle ) ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกย่อมมีอายุขัยของมันเอง ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ก็เช่นกัน บางโปรแกรมได้รับความสนใจอยู่เพียงไม่นานก็หมดความนิยมไป หากเป็นโปรแกรมเล็ก ๆ ก็คงไม่สร้างปัญหาอะไรนัก แต่ถ้าเป็นประเภทซอฟต์แวร์ระบบล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น ? อายุของซอฟต์แวร์จึงมีความสำคัญต่อระบบงานในองค์กรเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลง ( บ่อย ๆ ) ย่อมหมายถึง การลงทุนมูลค่ามหาศาล ( บ่อย ๆ ) เช่นกัน ดังนั้นซอฟต์แวร์ที่เราจะเลือกใช้จึงควรอยู่กับเราไปนาน ๆ ยิ่งนานก็ยิ่งคุ้มค่า เรื่องนี้องค์กรใดที่ยังคงใช้ระบบเก่า ๆ เช่น Foxbase ,Novell Netware ,DOS คงจะทราบกันดี หากซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มีการทำงานบนโครงสร้างที่ได้มาตรฐาน ถึงแม้ส่วนประกอบบางอย่าง หรือแม้แต่เทคโนโลยีต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปแต่ก็จะยังคงรักษาความเข้ากันไว้ได้
  • ประสิทธิภาพและความเชื่อถือได้ที่สูงยิ่งขึ้น ( Performance and Reliability ) ดังที่ได้เกริ่นนำไปแล้วว่า ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สจะมีพัฒนาการอยู่เสมอ โดยกลุ่มผู้พัฒนาและใช้งานซอฟต์แวร์นั้น ๆ จะมีการสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ทราบปัญหาข้อบกพร่อง ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น บั๊กในการแสดงผล ไปจนถึงเรื่องสำคัญ ๆ อย่างเช่นช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ปัญหาเหล่านี้จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขอยู่เสมอ คุณภาพของซอฟต์แวร์ย่อมดีขึ้นอย่างแน่นอน ซอฟต์แวร์ที่มีการทำงานสนับสนุนกันก็จะเข้ามาเสริมให้งานโดยรวมมีคุณภาพสูงขึ้นได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม
  • คุณสมบัติที่สามารถขยายได้ ( Expandability ) โครงงานซอฟต์แวร์หลาย ๆ ตัว มีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ด้วยการพัฒนาโปรแกรมโดยยึดหลักการของมาตรฐานต่าง ๆ ไว้ เช่น การใช้ไลบรารี่มาตรฐาน การใช้โปรโตคอลมาตรฐาน จึงทำให้มีช่องทางที่จะสามารถนำเอาซอฟต์แวร์อื่น ๆ มาใช้งานร่วมกัน และทำให้เกิดเป็นคุณสมบัติที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยอาจจะอยู่ในรูปของโมดูล หรือปลั๊กอิน ซึ่งจะต้องออกแบบและสร้างโปรแกรมให้สอดรับกันโดยตรง หรืออาจจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มีที่มาจากแหล่งอื่น แต่สามารถทำงานร่วมกันได้ด้วยโปรโตคอลมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันในลักษณะใดก็ตาม ผลที่ได้ก็คือ คุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
  • การที่ซอฟต์แวร์แต่ละตัวจะเข้ามาทำงานร่วมกันได้นั้นไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ มันจะมารวมกันได้เองนะครับ แต่จะเกิดจากเรานี่แหละที่จะเป็นผู้กำหนดให้ซอฟต์แวร์ใดบ้างเกิดการทำงานร่วมกัน ผลที่ได้อาจจะแตกต่างกันออกไป ลองมาดูกันซัก 2-3 ตัวอย่าง รวมกันแล้วแกร่งขึ้น เป็นระยะเวลาหลายปีทีเดียวที่โปรแกรม wu-ftpd ถูกเลือกนำมาใช้เป็น FTP Server ( เซิร์ฟเวอร์ให้บริการดาวน์โหลด/อัพโหลดไฟล์ ) ในเซิร์ฟเวอร์ตระกูลยูนิกซ์และลีนุกซ์ โดยเป็นแพคเกจที่อยู่ในชุดติดตั้งของลีนุกซ์ดิสทริบิวชั่นมาแล้วหลายรุ่น ด้วยโปรแกรมนี้เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่เปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายครบถ้วนตามความต้องการใช้งานในทุก ๆ ด้าน แต่ด้วยระยะเวลาที่พัฒนามาเป็นเวลานาน ประกอบกับมีขนาดของโปรแกรมที่เริ่มใหญ่มากขึ้น จำนวนบั๊กและช่องโหว่จึงปรากฏขึ้นให้พบเห็นอยู่เนือง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของโปรแกรมที่ยิ่งมีโค๊ดมากเท่าไหร่ ข้อบกพร่องก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ก็เป็นอันว่าโครงการของคุณปู่ wu-ftpd จะต้องปิดฉากลงด้วยอายุขัยของมันเอง โปรแกรม FTP Server ใหม่ ๆ จึงถือกำเนิดขึ้นมาทดแทน หนึ่งในจำนวนนั้นได้แก่ vsFTPd หรือ Very Secure FTP Server ซึ่งเป็นแบบอย่างของการพึงพากันของซอฟต์แวร์ที่น่าสนใจทีเดียว ตามที่ได้ทราบกันแล้วว่า wu-ftpd ต้องแพ้ภัยตัวเองเนื่องมาจากคุณสมบัติที่มากมาย จนทำให้เกิดข้อบกพร่องที่มากเป็นเงาตามตัว จนยากจะเยียวยา เจ้า vsFTPd จึงใช้แนวทางการพึงพากันเป็นเป็นประโยชน์ โดยตัวโปรแกรมเองจะรับผิดชอบเฉพาะเรื่องของการบริการ FTP คือการดาวน์โหลด/อัพโหลดไฟล์เท่านั้น ส่วนการจัดการในเรื่องของการจำกัดโฮสต์ที่จะเข้ามาใช้งาน ( Host Access Control List ) จะไปพึงการทำงานของไลบรารี่ที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะคือ LibWrap จึงทำให้ลดโค๊ดของโปรแกรมลงไปได้ นอกจากนั้นหาก LibWrap มีคุณสมบัติพิเศษใด ๆ เจ้า vsFTPd ก็จะได้รับอนิสงฆ์ไปด้วยโดยปริยาย ส่วนคุณสมบัติด้าน User Authentication หรือการตรวจสอบชื่อและรหัสผ่านของผู้ใช้งานบริการ FTP เจ้า vsFTPd ก็ไม่ยอมทำงานด้วยตัวเองอีก แต่กลับทำตัวเองเป็นซอฟต์แวร์ประเภท PAM aware โดยอาศัยกลไกของ PAM ( Plugable Authentication Modules ) ซึ่งเป็นกลไกหลักของลีนุกซ์ในงานด้าน User Authentication อยู่แล้ว และมีความยืดหยุ่นในการกำหนดเงื่อนไขที่มีประสิทธิภาพสูงมากอีกด้วย เป็นอันว่าเจ้า vsFTPd จะได้รับคุณสมบัตในการกลั่นกรองผู้เข้าใช้งาน FTP Server ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องออกแรงสร้างโค๊ดยาว ๆ ให้วุ่นวายอีกเช่นกันิ ด้วยการที่เจ้า vsFTPd ไปพึงใบบุญ LibWrap กับ PAM ในงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยเสียหมด จึงช่วยให้โค๊ดของมันเองกระทัดรัดลงมาก โอกาสที่จะเกิดบั๊กหรือช่องโหว่ต่าง ๆ จึงมีน้อยลงไปด้วย ดังนั้นความปลอดภัยจึงมากขึ้น จึงไม่แปลกที่จะเรียกตัวเองว่า Very Secure FTP Server รวมกันแล้วเก่งขึ้น ซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาในลักษณะนี้ เป็นการสร้างคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ซอฟต์แวร์หลักที่มีการทำงานระดับขั้นพื้นฐานดีอยู่แล้ว มีความสามารถเพิ่มยิ่งขึ้น เรียกว่า ถูกวางตัวให้เป็นพระรองคอยช่วยเหลือพระเอกของเรื่อง สร้างสีสรรมากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีบทบาทถึงกับเป็นแค่ตัวแสดงประกอบ สิ่งที่ไม่ธรรมดาของซอฟต์แวร์ประเภทนี้ก็คือ จะทำงานเฉพาะหน้าที่ของตนเองโดยเฉพาะ สามารถสื่อสารกับซอฟต์แวร์หลักได้ ทำงานร่วมกันได้ และที่สำคัญก็คือ มักจะถูกออกแบบให้ทำงานได้ในแบบ Open System คือ สามารถทำงานได้กับซอฟต์แวร์หลักหลาย ๆ ตัว ภายใต้แพลตฟอร์มที่กว้าง ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เป็นเพียงโครงการเล็ก ๆ เท่านั้น ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ประเภทนี้ ได้แก่ โปรแกรม ncsa_auth และโปรแกรมที่มีการทำงานลักษณะเดียวกัน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เสริมความสามารถให้แก่ Squid Proxy Server เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบชื่อ และรหัสผ่านของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่าน Proxy Caching Server หากใครไม่มีรายชื่อหรือป้อนชื่อและรหัสผ่านผิดก็จะไม่สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ภายนอกองค์กรได้ นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์อื่น ๆ อีกมากมายที่ช่วยเสริมคุณสมบัติใหม่ ๆ ให้แก่ซอฟต์แวร์หลักอื่น ๆ ซึ่งเราในฐานะผู้ออกแบบระบบควรศึกษาและนำเอาคุณสมบัติของซอฟต์แวร์เหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และเพิ่มคุณค่าให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ดังตารางที่ 1 ได้จับคู่ซอฟต์แวร์เป็นตัวอย่างไว้

    ซอฟต์แวร์หลัก

    หน้าที่หลัก

    ซอฟต์แวร์เสริม

    คุณสมบัติที่เพิ่มขึ้น

    Sendmail ,Exim

    ,PostFix

    SMTP Server

    Spam Assassin

    ตรวจจับอีเมล์ที่มีพฤติกรรมเป็น Spam Mail

    Apache

    Web Server

    WebAlizer 2.0 ,WebTrends

    เป็น Log Analysis Tools ช่วยแสดงรายงานการทำงานของเว็บเซิร์ฟเวอร์ในเชิงสถิติ

    MySQL

    SQL Database Server

    phpMyAdmin

    เป็น Web based Tools ช่วยให้การบริหารจัดการ MySQL สะดวกยิ่งขึ้น

    Apache + PHP

    Web Server

    Zend

    เป็น Code Optimizer/Encoder ช่วยให้โค๊ดภาษา PHP ทำงานได้เร็วมากขึ้น และมีความปลอดภัยสูงขึ้น

    IPTables

    Firewall

    ,Packet Filter

    GIPTables

    เป็นสคริปต์ที่ช่วยให้กำหนดนโยบายของไฟร์วอลล์ได้สะดวกขึ้น

    Squid

    Proxy Server

    SquidGuard

    เป็น Web based Tools ช่วยในการควบคุมการทำงานของ Squid โดยเฉพาะด้านการสร้าง Access Control List

    ต้องร่วมมือกันจึงจะสำเร็จ โปรแกรมบางโปรแกรมถึงแม้จะมีหน้าที่หลักของตนเองโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่สามารถทำหน้าที่นั้นได้หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากโปรแกรมอื่น ๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ โปรแกรม MRTG ( Multi-Router Traffic Grapher ) ซึ่งเป็นโปรแกรมรายงานปริมาณการใช้แบนด์วิธของเครือข่ายในรูปของกราฟ ซึ่งตัวโปรแกรมเองมีความสามารถหลัก 3 อย่าง คือ เป็น SNMP Agent อ่านข้อมูลจากเร้าเตอร์ผ่านโปรโตคอล SNMP ,วิเคราะห์ข้อมูลและเก็บบันทึก ,แสดงผลเป็นกราฟโดยสร้างไฟล์รูปภาพและไฟล์เอกสาร HTML ขึ้น จะเห็นว่า MRTG ยังไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองให้สำเร็จได้จำเป็นต้องพึงพาความสามารถของโปรแกรมอื่น ๆ อีก ดังนี้
  • net-snmp เพื่อรวบรวมข้อมูลปริมาณการใช้เครือข่ายจากอินเทอร์เฟสต่าง ๆ ส่งผ่านโปรโตคอล SNMP
  • crond ทำหน้าที่ส่งสัญญาณกระตุ้นให้ MRTG สุ่มตัวอย่างและเก็บข้อมูลในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ทุก ๆ 5 นาที เป็นต้น
  • Apache Web Server ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้ผ่านโปรโตคอล HTTP และนำเสนอข้อมูลกราฟออกทางเว็บบราวเซอร์
  • จากตัวอย่างที่ได้หยิบยกมานี้ คงจะเห็นได้ว่าการที่จะนำซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาใช้งานให้ได้ผลนั้น ผู้รับผิดชอบด้านไอทีจำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ทั้งที่มีอยู่แล้วในชุดของลีนุกซ์ดิสทริบิวชั่น และซอฟต์แวร์ที่จำเป็นต้องเสาะหามาประยุกต์เข้าด้วยกันเองภายหลัง ยุคแม่มดคอมพิวเตอร์ ในยุคสมัยที่คอมพิวเตอร์พีซีเริ่มเข้ามาใหม่ ๆ เรามักที่จะได้ยินคำสรรพนามแทนผู้ที่เก่งกาจด้านคอมพิวเตอร์ว่า "พ่อมด" ( Wiz ) อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะในตำราจากต่างประเทศ ซึ่งหมายถึง ผู้มีอำนาจวิเศษอย่างน่าพิศวง อะไรทำนองนี้ คงเป็นเพราะในสมัยนั้นหากใครสามารถใช้คอมพิวเตอร์อย่างเชี่ยวชาญคงจะดูเหมือนผู้วิเศษเลยทีเดียว ในสมัยนั้นคงต้องยกความยิ่งใหญ่ให้ "พ่อมด" ไปครับ แต่มาสมัยนี้ยุคของโอเพ่นซอร์สเช่นในปัจจุบันเป็นทีของ "แม่มด" บ้างล่ะครับ เพราะคนที่ใช้คอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่วในสมัยนี้มีออกจะมากมาย แม้แต่เด็กยังไม่เข้าเรียนอนุบาลยังเปิดปิดโปรแกรม ใช้เมาส์ได้อย่างคล่องแคล่วจนผู้ใหญ่บางคนยังอาย แต่คนที่จะสามารถนำเอาซอฟต์แวร์มาใช้อย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะการที่จะนำซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาผสมผสานเข้าด้วยกันให้สัมฤทธิผล ดังเช่น "แม่มด" ที่ต้องคิดค้นสูตรยาขนานพิเศษ นี่สิครับยากยิ่งนัก ถึงแม้จะยาก แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทาย และความสำเร็จที่ปรากฏก็นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ นอกเหนือจากประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจากระบบที่ถูกสร้างขึ้นมากับมือ นับว่าคุ้มค่าทีเดียว ถ้าให้เลือกระหว่าง "พ่อมด" กับ "แม่มด" คุณล่ะครับจะเลือกเป็นอะไรดี