linux training in Thailand
| Home | Articles | Download | Free Linux Tips | Resources | Training | Web Link | Linux Training English|
| Courses | Schedule | Price & Promotion | Map | Customer Ref. | Instructors | Certification | FAQ | Registration Form |
สถาบันฯ ขอแจ้งปิดทำการระหว่างวันที่ 27 -31 กรกฏาคม 2558 และเปิดทำการปกติวันที่ 3 สิงหาคม 2558
We are on vacations 5 days in July 27-31, 2015 Please contract Line ID : nok_fly or e-mail : info@itdestination.com
ITDestination จะปิดปรับปรุงเว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 7 - 9 มิถุนายน 2556
อาจจะทำให้ใช้งานไม่ได้ในบริการ Webboard Freetips และ E-Learning จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้
สถาบันฯ ขอแจ้งปิดทำการวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2560 และจะเปิดทำการปกติในวันที่ 1 มีนาคม 2560
กรณีติดต่อส่งข้อความมาที่ Facebook: LinuxITDestination หรือ e-mail: info@itdestination.com ซึ่งจะติดต่อกลับประมาณ 17.00 น.
ผู้ลงทะเบียนอบรมสามารถทำข้อสอบ online ในช่วงที่มาอบรมเพื่อทบทวนความรู้ ทำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มีข้อเฉลยที่ถูกต้องแนะนำ
สอบถามรายละเอียดโทร 089 890-5494 >>> อ่านรายละเอียด... คลิ๊ก

NetWhistler มอนิเตอร์เครือข่ายอย่างเหนือชั้น

โดย ธีรภัทร มนตรีศาสตร์,RHCE

หนึ่งภาพดีกว่าคำอธิบายพันคำ" คำพังเพยนี้หลายๆ ท่านคงเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความหมายซึ่งในการนำเสนอรายงานต่างๆ ของระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายหากแสดงออกมาในลักษณะของรูปภาพ กราฟ หรือรูปไดอะแกรม ย่อมสะดวกต่อการตีความหมายมากกว่าการแสดงค่าเป็นตัวเลข ตัวอักษร และเครื่องหมายต่างๆ แต่การรายงานผลในรูปแบบนี้จะมีความต้องการระบบมากกว่าแบบตัวอักษรอย่างแน่นอน ตั้งแต่ระบบการแสดงผลที่ต้องทำงานในแบบกราฟฟิกหรือเว็บอินเทอร์เฟส ส่วนไลบรารี่ของซอฟต์แวร์ตัวกลาง (Middleware) ไปจนถึงความต้องการใช้โปรเซสเซอร์และหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอีกด้วย ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับผลที่จะได้รับแล้ว การมอนิเตอร์ระบบเครือข่ายโดยการแสดงผลเป็นกราฟฟิกนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากโดยเฉพาะเมื่อระบบมีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น มีเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่ายเป็นจำนวนมาก และมีอาณาบริเวณที่กระจัดกระจาย การสื่อด้วยภาพจะช่วยให้ผู้บริหารระบบเครือข่ายสามารถทราบได้ทันทีว่าอุปกรณ์ใดที่มีปัญหาเกิดขึ้นและสามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์นั้นได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ระบบมอนิเตอร์ที่รายงานแบบตัวอักษรไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ ซอฟต์แวร์ที่สามารถทำงานในลักษณะเช่นนี้ได้ มักจะเป็นซอฟต์แวร์เชิงพานิชย์ ซึ่งต้องจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ขึ้นหรือบางโปรแกรมอาจจะได้มาพร้อมกับอุปกรณ์เครือข่ายจำพวกเร้าเตอร์หรือแบคโบนสวิทช์ที่มีราคาสูง นอกจากนี้บางโปรแกรมจะอนุญาตให้ใช้ได้ฟรี ตัวอย่างโปรแกรมดังกล่าวนี้ ได้แก่ HP OpenView ,NetView NNM Tools NetWhistler
Mila NetWhistler เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่มีไลเซ่นส์แบบ GNU/GPL เวอร์ชั่นปัจจุบันคือ 2.9 คุณสมบัติสำคัญของโปรแกรมนี้คือ สามารถแสกนหาอุปกรณ์เครือข่ายและโฮสต์ในระบบเครือข่ายได้เอง แล้วนำมารายงานเป็นรูปแผนผัง แสดงสถานะของอุปกรณ์ (การ Up หรือ Down ของโฮสต์) พร้อมกันนี้ยังมีเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบ บริหารจัดการต่างๆ ให้มาอย่างครบถ้วนเพียงพอต่อการปฏิบัติงานของผู้ดูแลระบบ เช่น การ ping การ traceroute การรีโมตด้วย SSH หรือ Telnet เป็นต้น การมอนิเตอร์เซอร์วิสหลักๆ ที่สามารถระบุเฉพาะงานที่สนใจได้เอง

รูปที่ 1 หน้าตาของโปรแกรม NetWhistler

การติดตั้งโปรแกรม
Mila NetWhistler เป็นโปรแกรมที่พัฒนาโดยใช้ภาษา Java และต้องการการแสดงผลแบบกราฟฟิกด้วยระบบ X Window ดังนั้นจึงควรเตรียมระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ให้พร้อม ตั้งแต่การมีระบบ X Window และเดสทอปแบบ GNOME หรือ KDE ซึ่งผู้เขียนได้ทดลองติดตั้งกับลีนุกซ์หลายๆ ตัว พบว่าสามารถติดตั้งได้ง่ายมากบน Fedora Core 5 โดยจำเป็นต้องดาวน์โหลดไฟล์โปรแกรมมาเพิ่มรวมทั้งสิ้น 3 ไฟล์ คือ
  • โปรแกรมช่วยการ ping ในลักษณะบรอดคาสต์ ชื่อ fping สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ http://www.fping.com ใช้เวอร์ชั่น 2.4b2_to-ipv6
  • โปรแกรม Java Runtime Environment (JRE) ของ Sun สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ http://java.sun.com/j2se/1.5.0/download.jsp ปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น 1.5.0-06 เนื่องจากมีไฟล์สำหรับ Linux ให้ดาวน์โหลด 2 ชนิดคือ แบบนามสกุลไฟล์ .bin และ .rpm แนะนำให้ดาวน์โหลดแบบ .bin
  • ตัวโปรแกรม Mila NetWhistler เอง ปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น 2.9 สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ http://freshmeat.net จะได้ไฟล์ netwhistler2.9_linux.bin
  • เมื่อได้ไฟล์ต่างๆ มาครบแล้วให้ติดตั้งเรียงตามลำดับ ตั้งแต่ fping ให้แตกไฟล์ออกแล้วคอมไพล์ดังนี้ # tar -xzf fping.tar.gz
    # cd fping-2.4b2_to
    # ./configure
    # make
    # make install
    เมื่อคอมไพล์และติดตั้งโปรแกรม fping แล้ว ควรตรวจสอบการทำงานเบื้องต้นโดยทดลองรันโปรแกรมดังนี้ (เป็นการ ping ไปยังโฮสต์ 192.168.100.250 และ 192.168.100.252 พร้อมๆ กัน # fping -A -m 192.168.100.{250,252} ส่วนการติดตั้งโปรแกรมส่วนประกอบสภาพแวดล้อมของ Java หรือ JRE จะค่อนข้างง่าย เนื่องจากเป็นไฟล์ประเภท Self Extract เพียงแค่รันคำสั่งดังนี้ # chmod +x jre-1_5_0_06-linux-i586-rpm.bin
    # ./ jre-1_5_0_06-linux-i586-rpm.binกด space
    จนพบคำถาม ให้ตอบ yes แล้วรอจนกระทั่งจบการทำงาน
    ลำดับสุดท้ายคือติดตั้งโปรแกรม NetWhistler โดยทำการ chmod และรันไฟล์โปรแกรมเพื่อติดตั้งโดยตัวของมันเองเช่นเดียวกับโปรแกรม JRE ที่ผ่านมา แต่จุดสำคัญอยู่ที่การระบุตำแหน่งที่อยู่ของโปรแกรม JRE ซึ่งจะต้องถูกต้องตามความเป็นจริงซึ่งในที่นี้จะต้องเป็น /etc/alternative/jre ดังรูปที่ 2

    รูปที่ 2 การติดตั้งโปรแกรม NetWhistler

    การใช้งานเบื้องต้น
    หลังจากติดตั้งโปรแกรมสำเร็จแล้ว จะปรากฏไอค่อนของโปรแกรม NetWhistler ขึ้นที่บนเดสทอปให้คลิ๊กเพื่อรันโปรแกรมได้ทันที โดยการใช้งานทั่วไปจะแบ่งออกได้ 3 ขั้นตอน คือ
    1. การรวบรวมส่วนประกอบของเครือข่าย เป็นการให้โปรแกรมกวาดหาอุปกรณ์และโฮสต์ทั้งหมดในเครือข่าย
    2. การกำหนดคุณสมบัติของแต่ละอุปกรณ์และโฮสต์ และสร้างแบบจำลองขึ้นเป็นแผนผัง รวมทั้งระบุงานบริการ (Services) ที่ต้องการมอนิเตอร์
    3. การใช้งานในด้านการมอนิเตอร์อุปกรณ์ โฮสต์ และเซอร์วิสในแต่ละโฮส ตรวจสอบด้วยเครื่องมือต่างๆ และวิเคราะห์ผลจากรายงานของโปรแกรม
    ก่อนที่จะทำการเก็บรวบรวมอุปกรณ์และโฮสต์ได้นั้นจะต้องเริ่มจากการเพิ่มเครือข่ายเสียก่อน (คลิ๊กขวาบนแผนที่แล้วใช้เมนู Add -> Network) จากนั้นคลิ๊กขวาบนรูปเครือข่ายเพื่อกำหนดหมายเลข Network Address เช่น 192.168.100.0/24 แล้วจึงเริ่มใช้คำสั่ง Scan เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลอุปกรณ์และโฮสต์ในเครือข่ายนั้น ดังนั้นจึงควรกระทำในขณะที่ระบบเครือข่ายกำลังทำงานอยู่

    รูปที่ 3 การเก็บรวบรวมอุปกรณ์และโฮสต์จากแต่ละเครือข่าย

    เมื่อโปรแกรมค้นพบอุปกรณ์และโฮสต์ต่างๆ แล้ว เราสามารถเปลี่ยนรูปสัญลักษณ์หรือไอค่อนของแต่ละโหนดได้ เช่น ให้แสดงเป็นรูปฮับ สวิทช์ เร้าเตอร์ สำหรับโฮสต์ก็จะมีไอค่อนแยกออกเป็น Unix ,Novell ,Windows , Linux RedHat ,Linux SuSE และรูปอื่นๆ ให้เลือกได้ตามความเหมาะสม หลังจากเลือกรูปไอค่อนแล้ว ยังสามารถระบุลงไปได้อีกว่าเป็นอุปกรณ์ที่สนับสนุน SNMP (Simple Network Management Protocol) หรือไม่ ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่สนับสนุน เช่น สวิทช์เลเยอร์ 2 หรือ 3 ทันทีที่ระบุค่าพารามิเตอร์ของ SNMP ได้แก่ ชื่อ Community Name แล้ว มันจะนำข้อมูลที่อ่านได้มาช่วยลากเส้นเชื่อมโยงแต่ละโฮสต์ให้ทันที จากเดิมที่เป็นเพียงรูปไอค่อนที่แยกกันลอยๆ นับว่าสะดวกรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงเท่านั้นการสนับสนุน SNMP ของอุปกรณ์ในเครือข่ายยิ่งมีมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้ระบบการมอนิเตอร์มีความสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่มีอุปกรณ์ที่ไม่สนับสนุน SNMP ก็ไม่เป็นไร เพราะเรายังสามารถใช้เมนู Connect เพื่อลากเส้นเชื่อมโยงจากโหนดหนึ่งไปยังโหนดอื่นๆ ได้ เรียกว่า วาดภาพไดอะแกรมของระบบเครือข่ายของเราได้เอง ซึ่งไม่ยากเลยเพียงแค่เลือกรูปไอค่อน จับวางแล้วลากเส้นเท่านั้น ต่างกันเพียงแต่ต้องออกแรงมากซักหน่อยและอาจจะมีบางจุดที่เราวาดผิดไปจากความเป็นจริงได้เท่านั้น ส่วนการรายงานสถานะของแต่ละโหนดนั้นหากไม่มี SNMP ตัวโปรแกรม NetWhistler จะรับหน้าที่ตรวจเช็คให้เอง สำหรับภาพไดอะแกรมและคุณสมบัติต่างๆ ที่เราได้สร้างขึ้นนี้ จะสามารถบันทึกเก็บไว้ได้ในรูปแบบ XML ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานเปิด ทำให้แน่ใจได้ว่าจะไม่ต้องมานั่งวาดกันใหม่หากนำไปใช้กับโปรแกรมอื่นหรือเมื่อเปลี่ยนเวอร์ชั่นไป การรายงานผลแบบกราฟฟิก
    ระหว่างที่ NetWhistler ทำงานอยู่มันจะตรวจสอบสถานะของโฮสต์อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ด้วยวิธีการทั้งจากข้อมูลของอุปกรณ์ที่สนับสนุน SNMP และการตรวจสอบด้วยตัวโปรแกรมเอง สถานะต่างๆ จะนำมารายงานทางแผนผังเครือข่ายที่ได้สร้างเอาไว้ ดังตัวอย่างในรูปที่ 4 จะเห็นว่าโฮสต์ที่ดาวน์ไปแล้วจะมีรูปเป็นสีแดง ส่วนโฮสต์อื่นๆ จะยังคงเป็นรูปสีปรกติ

    รูปที่ 4 การรายงานสถานะของโฮสต์แบบ real time

    นอกจากนี้ในการแสดงผลบนหน้าจอแบบกราฟฟิกยังมีการรายงานในรูปของตารางข้อมูลเพื่อการเปรียบเทียบข้อมูลโดยละเอียดได้ง่ายยิ่งขึ้น การแสดงผลเป็นแผนภูมิวงกลม และกราฟรายงานสถานะซึ่งจะปรากฏเป็นภาพรวมเชิงสถิติทั้งเครือข่าย ให้ผู้จัดการระบบอ่านได้ง่ายและเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

    รูปที่ 5 การรายงานข้อมูลสถิติแบบกราฟฟิก

    การรายงานผลด้วยเว็บเพจ
    NetWhistler จะมีรายงานอีกลักษณะหนึ่งเพื่อให้ผู้จัดการระบบสามารถเรียกดูสถานะของเครือข่ายได้จากที่ๆ ห่างไกลออกไปโดยรายงานผ่านโปรโตคอล HTTP พอร์ตหมายเลข 8080 (สามารถเปลี่ยนได้ตามต้องการโดยระบุในไฟล์คอนฟิกของโปรแกรม) จึงใช้งานได้เพียงเปิดเว็บบราวเซอร์ที่เครื่องใดก็ได้ในเครือข่ายแล้วเปิดที่ http://<โฮสต์ที่รัน NetWhistler>:8080/ แต่รายงานจะปรากฏเพียง 3 ประเภทเท่านั้น คือ แบบตารางข้อมูลแสดงสถานะของโฮสต์ทั้งหมด การรายงานสถานะจากอุปกรณ์ SNMP และการรายงานสถานะของงานบริการ (Services) ของโฮสต์ที่สั่งให้มอนิเตอร์เท่านั้น ซึ่งรายงานประเภทสุดท้ายนี้น่าจะเป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดในกรณีที่อ่านรายงานจากการแสดงผลทางเว็บเพจเช่นนี้

    รูปที่ 6 รายงานสถานะโดยรวมทางเว็บเพจ



    รูปที่ 7 รายงานสถานะจากอุปกรณ์ประเภท SNMP



    รูปที่ 8 รายงานสถานะของงานบริการ

    โดยสรุปแล้ว NetWhistler เป็นโปรแกรมมอนิเตอร์เครือข่ายที่น่าใช้งานมาก ทั้งในด้านคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามขอบเขตของโปรแกรมประเภทนี้ มีการติดตั้งที่เรียกว่าง่ายมาก รูปแบบการรายงานผลและความง่ายในการใช้งานที่เป็นกันเองกับผู้ใช้มาก และจุดสำคัญที่ต้องยกนิ้วให้คือความเชื่อถือได้ของโปรแกรม ไม่ว่าจะคลิ๊กผิดคลิ๊กถูกอย่างไรก็ไม่มีอาการผิดปรกติให้เห็น ทำให้เชื่อได้ว่า NetWhistler สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์สามัญประจำระบบเครือข่ายของท่านอย่างแน่นอน