เส้นทางสู่ RHCE
16 March 2007บนความนี้เป็นบคความจากพี่ เคยอบรมกับ IT Destination ครับ
เรื่องการเตียมตัวสอบ Certified ของ Redhat - -’ ซึ่งผมเห็นว่าอาจจะเป็นแนวทางให้เพื่อนๆที่สนใจได้

Road to RHCE
ในการสอบนี้จะมีอยู่ 2 Session
1.Troubleshooting and System Maintenance.
2.Installaton and Configuration.
Session แรกจะสอบช่วงเช้า ประกอบไปด้วย Compulsory 5 ข้อต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ชม
และอีก 5 ข้อสามารถเลือกทำได้อย่างน้อย 3 ข้อ
จึงจะได้ overall ทั้งหมดไม่น้อยกว่า 80 % จึงจะผ่าน(และต้องผ่าน Session นี้ให้ได้นะคับ ไม่งั้นถึงผ่าน Session 2 ก็ไม่มีประโยชน์) ผมพอจะจำข้อสอบใส Session แรกได้คราวๆดังต่อไปนี้คับ
Five Compulsory Questions.
1.ไม่สามารถ Login Root ได้
2.ไม่สามารถ ping network ได้
3.ไม่สามารถเรียกแบบ Full Name ได้
4.Add new partition
5.ไม่สามารถ Start X ได้
ที่เหลืออีกสามข้อจะแยกเป็น
1.Network(NFS)
2.Widecard (Disk Quota)
3.Service(Resizing LVM)
ถ้าสามารถทำได้ทั้งแปดข้อข้างบนเสร็จแล้ว ก็โอเคคับ ผ่านเรียบร้อย โอกาสถึง RHCE อยู่ไม่ไกลแล้วคับ
แต่ถ้าอยากได้คะแนนมากกว่านี้ ก็สามารถเรียกข้อสอบเพิ่มเติมจาก RHCA ได้คับ
ตอนของผมได้ในส่วนของ Kernel Panic พวกลำดับการบูตเครื่อง การแก้ป้ญหาเรื่อง Label Partition,การ Reinstall บาง package ใน resuce mode พวกนี้ต้องฝีกไว้นะคับ
ถ้าแก้ไขได้ ก็ได้แล้วคับ 100 คะแนนเต็ม
CONGRATUATION!!
จากนั้น Session บ่ายจะประกอบไปด้วย RHCT,RHCE ต้องทำทั้งสอง part ให้ได้มากกว่า 70 % ขึ้นไปจึงจะได้ RHCE คับผม
RHCTประกอบไปด้วย
1.Installatio via NFS
2.User/Group Admin.
3.File permission
4.Update Kernal
5.AutoFS
6.IPforward
7.NIS Service
RHCE ประกอบด้วย
1.SSH service + Security
2.VsFTP service + Security
3.POP3 service + Security
4.Mail Service
5.Samba Service
6.NFS Service
7.HTTP service
แล้วจะมี Additional Question อีก 3 ข้อ
1.Create Certificate สำหรับ IMAPs
2.Virtual Web
3.Squid
อันนี้เป็นแนวข้อสอบคราวๆนะคับ เมื่อเจอปัญหาด้วยตัวเอง อย่าพยายามสร้างปัญหาใหม่ ข้อสอบเค้าไม่ยากขนาดนั้น แต่ที่อยากมากขึ้นเพราะเราลำดับการแก้ปัญหาไม่ดี
พยายาม Zoom In และ Zoom Out ปัญหาจับประเด็นของปัญหาให้ได้คับ
“ปล.พอได้ RHCE แล้วชีวิตท่านจะเปลี่ยนไป สำหรับท่านที่เคยเป็นผู้รับ(ถามคำถามอย่างเดียว ไม่ค่อยค้นหาคำตอบเอง) ก็ต้องกลับกลายเป็นผู้ให้บ้าง ชีวิตจึงจะสมดุลคับผม”
VMWare- Networking in one PC.
8 August 2006Hello World!.
A few weeks ago, I just come across an excellent tool, VMWare. It is very useful for you, guys, who want to learn Linux but don’t want to risk your data in harddisk.
In the next chapters, I will show you have to install and to use it.
See ya,
8 August 2006
โอเอส…ทางเลือก?
4 August 2006

ในวันที่เรามีโอกาสเลือกที่จะใช้ “Linux” โอเอสที่บางคนบอกว่าเป็นแค่ “ทางเลือก” แต่เรากลับเฉยเมยขาดความกระตือรือร้นที่จะเร่งพัฒนาเร่งฉกฉวยโอกาสที่โลกโอเพ่นซอร์สมอบให้ ด้วยการอ้างว่า ลีนุกซ์ใช้ยากบ้าง ใช้ไม่ดีเท่ากับวินโดวส์บ้าง และข้ออ้างอีกต่างๆ นาๆ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเราต่างหากที่ไม่เคยให้โอกาสตัวเองเลยด้วยซ้ำไป
มาถึงวันนี้ มาตรการหนึ่งที่ไมโครซอฟต์นำมาใช้ก็คือ การแสดงคำเตือนที่เปี่ยมไปด้วยความหวังดีว่าคุณอาจจะกำลังถูกหลอกให้ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฏหมาย(ทั้งๆ ที่คุณได้จ่ายเงินซื้อมาแล้ว) เป็นกลยุทธที่เป็นทั้งการรุกและรับ ทั้งยังแฝงไว้ด้วยการกดดันที่แยบยล ข้อความเตือนเช่นนี้ไม่แตกต่างอะไรกับ Nake Screen ที่ปรากฏในแชร์แวร์ หรือโปรแกรมชนิดทอลองใช้แต่อย่างใด บนสิทธิ์ของเจ้าของผลิตภัณฑ์ประเภท Proprietary Software ที่สามารถกระทำได้
ท่ามกลางลีนุกซ์หลากหลายดิสโทร ที่เรียงแถวกันมาให้เราใช้ฟรีๆ สามารถเปิดดูโค๊ดโปรแกรมต้นฉบับได้ พัฒนาปรับปรุงได้โดยอิสระ และสามารถ “สร้าง” เทคโนโลยีของตนเองขึ้นได้อย่างยั่งยืน เรากลับเลือกที่จะตกเป็นทาสทางเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ดังเช่นปัจจุบัน
“ไม่เห็นโลงศพ..ไม่หลั่งน้ำตา..” คำพูดนี้ไม่ใช่เพียงแค่เปรียบเปรยหรือกระทบกระเทียบ แต่ยังสะท้อนอะไรอีกหลายๆ ถึงพฤติกรรม ทัศนคติของคนไทยในหลายๆ สถานการณ์ที่ผ่านมา
ถึงเวลาหรือยังครับที่เราจะเอาจริงเอาจังกับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สกันซักที เลิกผลัดวันประกันพรุ่ง แล้วเดินหน้าศึกษา พัฒนาและนำมาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ อย่าให้ใครมาทักท้วงบนหน้าจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
หรือจะรอให้ถึงวันนั้นเสียก่อน ?
ทัศนะระดับบุคคลช่วยพัฒนาโอเพ่นซอร์สไทย
19 July 2006ใกล้ถึงงาน ICT Expo 2006 เข้ามาแล้ว เห็นโฆษณาจากโทรทัศน์ทำให้นึกถึงความก้าวหน้า(หรือถดถอย) ของวงการลีนุกซ์ของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
ถ้าเรายังทำเฉยๆ ไม่หนุนการใช้ลีนุกซ์/โอเพ่นซอร์สแบบจริงๆจังๆ แล้วล่ะก็วันนึง
เราคงได้เสียเงินซื้อซอฟต์แวร์จากประเทศเพื่อนบ้านเราแน่ๆ หรือไม่ก็ถูกแรงงานไอทีของเค้าเข้ามาแย่งงานทำ หรือไม่อาจจะต้องเชิญเค้ามาเป็นที่ปรึกษาโครงการโอเพ่นซอร์สเป็นแน่แท้
เรานับหนึ่งมาหลายครั้งแล้วครับ แต่ถ้ายังไม่สำเร็จก็ไม่แปลกถ้าจะเริ่มต้นใหม่
ที่ผ่านมาดูเหมือนเราจะภาคภูมิใจกับความสำเร็จเล็กๆ เช่น Linux TLE ,OfficeTLE
และฝากความคาดหวังไว้กับหน่วยงานภาครัฐ
อันที่จริงแล้ว ทั่วโลกเค้าใช้กลไกขับเคลื่อนโอเพ่นซอร์สจากกลุ่มคนเล็กๆ เท่านั้น
ทำงานชิ้นเล็กๆ แล้วจึงขยายผลไปทีละเล็กทีละน้อยจนเติบโตแข็งแกร่ง อย่างที่เห็นได้จากซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สหลายๆ ตัว แม้แต่เคอร์เนลลีนุกซ์ก็เกิดจากคนแค่ 2-3 คนริเริ่มขึ้นเท่านั้น
การที่จะทำให้ภาพความสำเร็จมีความกระจ่างชัดขึ้นได้นั้น จึงต้องเริ่มจากระดับตัวบุคคลก่อนไม่ใช่คาดหวังจากระดับองค์กรหรือภาครัฐ
ซึ่งการเริ่มต้นระดับบุคคลที่ว่านี้ มีหลัก 3 ประการ หรือ 3 ส. คือ
1. ส่วนรวม หมายถึง จะทำอะไรก็เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ เป็นความตั้งใจที่อยากเห็นสังคมส่วนรวม(ไอทีในประเทศของเรา) เจริญขึ้น พึ่งพาตนเองได้ มีภูมิคุ้มกันมีเข้มแข็ง ถ้าแต่ละบุคคลตระหนักถึงประโยชน์ของส่วนรวมแล้วก็จะทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจและนำตนเองพ้นจากอคติทั้งหลาย
2. เสียสละ คือ ยอมที่จะเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีน้อยก็ให้น้อย มีมากก็ให้มาก ไม่ว่าจะเป็นแรงกาย ทรัพย์สิน เวลา สติปัญญา ความรู้ รวมไปถึงความรู้สึกคับข้องที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการทำงานร่วมกับผู้อื่น หากนำความเสียสละคนละเล็กละน้อยมารวมกันย่อมเกิดกำลังที่มากขึ้นได้ซึ่งนำไปสู่ความเจริญของทุกฝ่ายในที่สุด
3. สนุก ข้อนี้สำคัญมาก บุคคลไม่ว่าจะเป็นใครหากทำงานด้วยความสนุกย่อมจะทำได้ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย สำเร็จก็สนุก ยังไม่สำเร็จก็สนุก มีความสุขกับการทำหน้าที่ของตนเอง คนที่คิดและทำอย่างสนุกจะเป็นคนที่ไม่รู้สึกว่าเสียเวลาหรือขาดทุน มีแต่กำไร ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือ “เอามัน” ของนาย Linus Torvald ก็จะเข้าใจว่าลีนุกซ์ก็เกิดจากความสนุกของเค้านี่เอง
หากกลุ่มใด หมู่คณะใดสามารถนำหลัก 3 ส. นี้ไปใช้ในองค์กร องค์กรนั้นก็จะเกิดความมั่นคงของการพัฒนาตั้งแต่ระดับบุคคลซึ่งเป็นรากฐานสำคัญไปสู่เป้าหมาย
ที่สำคัญคือ เราจะต้องมีความเคารพในตนเอง นับถือตนเอง และรู้ว่าเรามีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ ซึ่งถ้ามัวหลบซ่อนอยู่ ถึงแม้จะมีการจัดชุมนุม ( เช่น งาน meeting เล็กๆ) การจัดสัมมนา การจัดงานระดับชาติหรือระดับโลก อย่างเช่นงาน ICT Expo ขึ้น ซึ่งเป็นความพยายามที่ฝ่ายองค์กรรัฐและเอกชนเปิดเป็นเวทีให้แก่ท่าน ก็คงสูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย
สำหรับแวดวงโอเพ่นซอร์สของเรา ผมอยากเห็นการรวมตัวกันอย่างกว้างขวาง เช่นเดียวกับงานประชุมสัมมนาในแถบยุโรปที่คึกคักมาก ความคึกคักที่ว่าไม่ใช่จำนวนบูตที่มาออกงานแต่เป็นเวทีเสวนาทางวิชาการด้านซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย ล้วนน่าสนใจจนเลือก sessionไม่ถูกเลยทีเดียว บุคคลที่เป็น speaker ก็ไม่ได้สำคัญหรือมีบทบาทไปกว่าคนที่เข้าร่วมงานแต่อย่างใด เพราะมีการซักถาม เสนอแนวคิด อภิปรายกันอย่างทั่วถึง
นี่แหละครับ บรรยากาศที่ควรจะเกิดขึ้นในเมืองไทยได้ซักที
คอมไพล์เคอร์เนลมา 3 วันแล้ว
13 July 2006ตั้งแต่ อ.หมอวิทวัส แนะนำให้รู้จักกับ Linux Live CD มาหลายตัว
ทำให้ผมเริ่มสนใจเจ้า SLAX ขึ้นมา ซึ่งทำให้รู้จักเจ้า unionfs เพิ่มขึ้นอีกเรื่อง
ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมาก็เลยคอมไพล์เคอร์เนลของ Fedora Core 5 ให้สนับสนุน
unionfs ซะหลายรอบ แต่ก็ยังใช้งานกับสคริปต์ของ SLAX ไม่สำเร็จซักที
Welcome to IT Destination Blog!!
12 July 2006Hello, you can write your articles here.
Feel free and open your mind.